Header Ads

คอนเสิร์ตแห่งประวัติศาสตร์ ที่สุดแห่งปี 2026 กับ 5 ศิลปินเพื่อนรักวัยสามสิบ ยอดมงกุฎแห่งยุคของประเทศไทย


รวมตัวท็อปทั้งที จะธรรมดาได้ไง! ปี 2026 ต้องจารึกอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการคอนเสิร์ตไทย กับการรวมตัวครั้งสำคัญของ 5 นักร้องเพื่อนรักวัยสามสิบ ที่นำโดยเจเจ้คนโต INK WARUNTORN, เจ้คนรอง BOWKYLION, พี่คนกลาง JEFF SATUR, น้องคนรอง THE TOYS และมักเน่น้องสุด NONT TANONT ในฐานะกลุ่มศิลปินตัวท็อปที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ และมีศักยภาพทางดนตรีโดดเด่นที่สุด ณ เวลานี้ พร้อมเสิร์ฟความสุขแบบจัดหนักให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มตลอดทั้ง 2 วัน เมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี


มาม่า Presents “CLUB 30 CONCERT” นี่คืออีกหนึ่งวาระแห่งชาติที่แฟน ๆ เรียกร้อง กับการโคจรมารวมตัวกันของทั้ง 5 ศิลปินบนเวทีเดียวกัน ที่พร้อมปลุกอิมแพ็คให้สะเทือนด้วยโชว์ที่ไม่มีใครยอมใคร งานนี้ไม่มีคำว่าเพื่อน พี่ น้อง มีแต่ตัวท็อปที่พร้อมฟาดให้สเตจลุกเป็นไฟ จนกระแสแรงเกินคาด เพียงเปิดขายบัตรวันแรก กว่า 20,000 ที่นั่งจากทั้ง 2 รอบก็ถูกจับจองจนหมดเกลี้ยง!

เพียงแค่เริ่มต้นโชว์ ทั้งฮอลล์ก็ต้องร้องว้าวไปกับพลังเสียงของทั้ง 5 คน ที่ขนเพลงฮิตไฮไลต์ของแต่ละคนมาร้อยเรียงบนเวทีเดียวกัน เริ่มจาก รักแรก – NONT TANONT ต่อด้วย ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม – INK WARUNTORN, Dum Dum – JEFF SATUR, ก่อนฤดูฝน – THE TOYS และปิดท้ายด้วย วาดไว้ – BOWKYLION ที่ทั้ง 5 คนร่วมกันร้องบนเวทีเดียวกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวอย่างประทับใจ ก่อนเข้าสู่ช่วงถัดไป ที่นับเป็นโชว์ที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว! เมื่อเพื่อนขอร้องเพลงเพื่อนบ้าง เริ่มด้วยเพลง “ลงใจ” ในฉบับของนนท์ ธนนท์ ต่อด้วย “วิงวอน” ที่นนท์ร้องคู่อิ้งค์ วรันธร ก่อนส่งเวทีเดี่ยวให้อิ้งค์ได้โชว์สเต็ปเต้นในเพลง “Ride or Die” เรียกทั้งความน่ารักและความสดใสได้เต็มฮอลล์ พร้อมชวนโบกี้ไลอ้อนมาร้องคู่ด้วยกัน 2 เพลงติดอย่าง “ของขวัญปีใหม่” และ “หยดน้ำตา” ก่อนส่งสเตจเดี่ยวให้โบกี้ในเพลง “ทุกนาทีที่สวยงาม” พร้อมบันไดที่ขึ้นมาพร้อมแสง ช่วยขับออร่าให้เฉิดฉายทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่คิวของเดอะทอยส์ที่ร่วมแจมในเพลง “แน่ใจใช่ไหม” แล้วต่อด้วยโชว์เดี่ยวของทอยเองในเพลง “สายตาหลอกกันไม่ได้” ในเวอร์ชั่น หนุ่มแว่นดำ Introvert และ “ดีใจด้วยนะ” ที่ได้เจฟ ซาเตอร์เข้ามาร้องคู่กัน ก่อนปล่อยให้เจฟโชว์พลังเสียงไฮโน้ตต่อเนื่องกับเพลง “จดหมาย” ต่อด้วยคู่ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุด เมื่อนนท์ร้องคู่กับเจฟ ซาเตอร์ ในเพลง “4:00” ก่อนถูกคั่นช่วงสุดท้ายด้วยทอยที่ขึ้นมาร้องพร้อมกันทั้ง 3 คนในเพลง “ถ่านไฟเก่า” ปิดจบเซสชันนี้ท่ามกลางความประทับใจ และปลุกพลังความสุขให้พุ่งทะยานไปทั่วทั้งฮอลล์



และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งฮอลล์ กับละครผลไม้ AI “เกมรักคฤหาสน์ตลาดไท” ที่พาคนดูตื่นตาไปกับเรื่องราวความรักของทั้ง 5 คนที่ต้องมาพัวพันกันแบบเลี่ยงไม่ได้ นำโดย เสี่ยหมอนทอง (รับบทโดย เดอะทอยส์) ที่แอบรักเลขาองุ่น (รับบทโดย โบกี้ไลอ้อน) พร้อมเพลง “ใจเย็น” ที่ช่วยเติมบรรยากาศหนาวใจให้ทั้งฮอลล์หวานฟินตามกัน ก่อนตัดฉากมาที่ ไฮโซสาวสตรอเบอรี่ (รับบทโดย อิ้งค์ วรันธร) สาวสวยมากเสน่ห์ที่ต้องมาเจอสองหนุ่มอย่าง พี่กล้วย (รับบทโดย นนท์ ธนนท์) และพี่แก้ว (รับบทโดย เจฟ ซาเตอร์) ที่ต่างเข้ามาแย่งชิงความรัก จนสร้างทั้งเสียงหัวเราะและความสุขให้แฟน ๆ แบบไม่กั๊ก แม้เรื่องรักครั้งนี้จะวุ่นวายจนแทบไม่ต้องอยู่กันแล้ว แต่ก็ยังเสิร์ฟความสนุกต่อเนื่องด้วยเพลงฮิตติดกระแสอย่าง “ย้าย่ายะ” ก่อนจบท้ายด้วยเพลงระดับตำนาน “ลีฟ แอนด์ เลิร์น” ที่เรียกเสียงปรบมือให้กับโชว์การแสดงครั้งนี้ได้อย่างน่าจดจำ


ต่อด้วยพาร์ทที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจของทั้ง 5 คน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่พาย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของแต่ละคน กับบันไดก้าวสำคัญบนเส้นทางความฝัน เริ่มต้นด้วยนนท์ ที่ออกเดินตามความฝันด้วยความรักในเสียงเพลง ตั้งแต่ก่อนเข้าประกวดรายการ The Voice จนพิสูจน์ตัวเองและกลายเป็นศิลปินที่เป็นที่รักของคนทั้งประเทศ ต่อด้วยโบกี้ ที่เล่าถึงจุดเริ่มต้นจากการตั้งกล้องร้องเพลงในห้องเล็ก ๆ ในยุคที่ SocialCam กำลังฮิต ซึ่งในวันนั้นที่ยังไม่มีใครรู้จัก ก่อนจะได้เข้าประกวด The Voice และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ส่วนเจฟก็เดินตามหาความฝันมาเป็นเวลาสิบปี ผ่านทั้งความอดทน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ จนสามารถก้าวข้ามตัวเองไปสู่เวทีระดับโลก ต่อด้วยอิ้งค์ ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็น “เจ้าหญิงแห่งวงการป๊อป” อย่างที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ แต่เริ่มจากการอัดเสียงคอรัสเล็ก ๆ ในเพลง “ก่อนมะลิบาน” ของวงไทม์ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนค่อย ๆ สะสมประสบการณ์บนเส้นทางดนตรีมาอย่างยาวนาน และสุดท้ายคือทอย ถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่กลับเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอีกหลายคน จากคนเบื้องหลังที่ตั้งใจทำเพลงไปขายแต่ไม่มีใครซื้อ จนตัดสินใจปล่อยคลิปออดิโอลงยูทูบไว้เพียงเพลงเดียว ก่อนที่วันนี้จะก้าวไปคว้ารางวัลระดับเอเชียได้สำเร็จ โดยทุกเรื่องราวถูกถ่ายทอดควบคู่ไปกับเพลงแรกของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น “ฟ้า”, “กลับมา”, “ไม่กล้าบอกชัด”, “ก่อนมะลิบาน” และ “หน้าหนาวที่แล้ว” พร้อมปิดท้ายด้วยคำขอบคุณจากทั้ง 5 คน ถึงทุกคนที่ค้นพบและเดินทางมาพร้อมกับพวกเขาจนถึงวันนี้






เซสชันถัดไปที่หลายคนรอคอย เมื่อมิตรภาพไม่มีต้องอยู่บนเวทีนี้อีกแล้ว ชวนแวะชมความแสบ ซน และการแกล้งกันแบบไม่มีใครยอมใคร ผ่านแชทกลุ่มไลน์ “แก๊งห้าพยัคฆ์หนี” ที่สร้างมาเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้แวะจิกกัดกันอย่างสุดมันส์ เพราะเวทีนี้ใครที่ไม่เคยทำอะไร ก็ต้องได้ลอง ทำให้แฟนๆ ต้องเซอร์ไพรส์ เริ่มด้วยเพลงร็อค “ไม่มีเธอ” กับซีนเด็ดที่โบกี้ต้องรับบทว้ากเองคนเดียว ต่อด้วยเพลงระดับ Legend อย่าง “Billie Jean” ของราชาเพลงป๊อป “Michael Jackson” โดยมีทอยที่ต้องเต้นบนเวทีด้วย ก่อนส่งต่อความสนุกในเพลง “นักเลงเก่า” ที่ให้เจเจ้คนโตอย่างอิ้งค์รับบทแร็ปเปอร์สุดน่าเอ็นดู และปิดท้ายด้วย “สามสิบยังแจ๋ว” เสิร์ฟโมเมนต์ขวัญใจแม่ยกให้ได้กรี๊ดกันสนั่นทั้งฮอลล์

ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ทั้ง 5 คนขอเปิดเพลย์ลิสต์ ขนเพลงฮิตมาเอาใจแฟน ๆ กันอีกครั้ง กับบทเพลงที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็ทั้งตื่นตาและร้องตามไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “ลาลาลอย”, “เกี่ยวกันไหม”, “ส่วนต่าง”, “ดอกไม้ที่รอฝน”, “เหมือนวิวาห์”, “พิง”, “สักวันฉันจะหายดี”, “โต๊ะริม” และ “ที่คั่นหนังสือ” ก่อนจบช่วงนี้ด้วยเพลง “ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง” ที่ทั้ง 5 คนร่วมกันร้องบนเวทีเดียวกันอย่างน่าประทับใจ

 


และก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ตลอดกว่า 4 ชั่วโมงที่ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้ร่วมเก็บเกี่ยวความสุข ความประทับใจ และโมเมนต์ที่อิ่มเอมใจไปพร้อมกัน ก่อนที่ทั้ง 5 คนจะร่วมแสดงความยินดีที่ได้ให้พวกเขาโคจรมาพบกัน ได้เดินทาง ได้ทำงาน และได้เติบโตไปด้วยกัน พร้อมประโยคที่ทัชใจใครหลายคนว่า “เชื่อว่าใครหลายคนก็เป็นแฟนคลับพวกเรา และพวกเราทั้ง 5 คน ต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน” ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคที่ชวนซึ้งไปทั้งฮอลล์อย่าง “ขอบคุณนะ ที่ได้มาเป็นเพื่อนกัน” ใน “CLUB 30 CONCERT” แห่งนี้ และส่งท้ายค่ำคืนด้วยเพลงสุดท้าย “เราและนาย” ที่กลายเป็นบทสรุปของมิตรภาพ ความทรงจำ และการได้พบกันอย่างสวยงาม


นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “CLUB 30 CONCERT” ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตที่รวม 5 ศิลปินตัวท็อปไว้บนเวทีเดียวกันเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของมิตรภาพ ความทรงจำ และการเติบโตของศิลปินทั้ง 5 คน ที่แฟน ๆ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญไปพร้อมกัน ตั้งแต่เสียงหัวเราะ น้ำตา รอยยิ้ม ไปจนถึงทุกบทเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มหัวใจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่ตอนแสงไฟบนเวทีค่อย ๆ ดับลง แต่ยังคงสว่างอยู่ในความทรงจำของทุกคน ในฐานะค่ำคืนที่ทำให้ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้รู้สึกโชคดีที่ครั้งหนึ่งเราได้มาอยู่ในโมเมนต์เดียวกัน ได้ร้องเพลงด้วยกัน และได้เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า “เพื่อนกัน” ไปพร้อมกัน ทำให้ มาม่า Presents “CLUB 30 CONCERT” กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งปี 2026 ที่จะถูกจดจำไปอีกนาน








#CLUB30CONCERT 

#LOVEiSSHOWBiZ

No comments

Powered by Blogger.