โค้งสุดท้าย! "ไชยยงค์ แคนดิเดตนายกฯ" พรรคไทยชนะ เบอร์ 17 แถลงด่วน ปลุกคนไทยเลือกพรรคไทยชนะ 8 ก.พ. 69
แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แถลงโดย นายไชยยงค์ รัตนวัน พรรคไทยชนะ หมายเลข 17 ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เรื่อง การรณรงค์เลือกตั้งโค้งสุดท้าย ด้วยการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีพรรคการเมืองเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้จำนวน 57 พรรค มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 43 พรรค 94 คน ผู้สมัคร ส.ส. เขตอีก 3,526 คน จากพรรคการเมืองที่จดทะเบียน 75 พรรค
พรรคไทยชนะเป็นพรรคของประชาชน ได้เข้าร่วมการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยออกแถลงการณ์เมื่อวันรับสมัครมีใจความว่า นโยบายของพรรคจะธำรงไว้ซึ่งองค์คุณเอกภาพแห่งชาติ เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงและยุติวิกฤตปัญหาชาติ ตลอดจนไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอันจะนำไปสู่สงครามกลางเมืองรอบใหม่ ตามความประสงค์ของขบวนการ ล้มปืน ล้มทุน ล้มเจ้า
พรรคไทยชนะได้เสนอแนวทางการเมืองใสสะอาด ปลอดหนี้ มีที่ดิน ฯลฯ เงินทองเหลือใช้ การรณรงค์ต่อสู้กับกลุ่มเงินเทา ทุจริต พวกซื้อสิทธิ ขายเสียง
พรรคไทยชนะ หมายเลข 17 นำโดยนายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรค ได้นำบุคลากรที่ทรงคุณค่าและมีประสบการณ์ พร้อมทั้งบุคคลทุกสาขาอาชีพที่พร้อมเป็นตัวแทนรับใช้ประเทศชาติและประชาชน
ในการรณรงค์เลือกตั้งครั้งนี้ มีความขัดแย้งทางความคิดได้เกิดขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เกี่ยวกับประมุขแห่งรัฐ กองทัพมีไว้ทำไม จะตั้งรัฐบาลของประชาชนอันไม่เป็นไปตามระบบรัฐสภาเป็นต้น ได้เสนอความขัดแย้งนี้ผ่านการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นการปลุกระดมที่บางฝ่ายเรียกว่า “ชังชาติ” มีการกล่าวโจมตีกันไปมา ซึ่งความขัดแย้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนรูปของรัฐ ประมุขของรัฐ และกองทัพแห่งชาติ
กองทัพแห่งชาติซึ่งขณะนี้ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง ในกรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ปรากฏการณ์ทางสังคมไทย บ่งบอกว่าพรรคการเมืองที่เข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งนี้ยึดถือแนวทางชาติ แต่มีพรรคการเมืองหนึ่งยึดถือแนวทางสากล อันเป็นอุปสรรคของชาติเป็นประมุขของประเทศ และสถาบันกองทัพ จึงเข้าตีจุดนี้ และขยายความขัดแย้งยิ่งขึ้นเพื่อนำไปสู่การลุกขึ้นสู้โดยเฉพาะหลังการ เลือกตั้งว่าเป็นรัฐบาลไม่ได้ เลือกตั้งสกปรก ทุ่มทุนซื้อเสียง ความจริงแล้วปัญหาพื้นฐานของชาติ คือ ปัญหาการปกครองเรื่องของประเทศไทยไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งตกค้างมาจากคณะราษฎรตั้งแต่ 2475 โดยได้ทำลายการสร้างประชาธิปไตยของพระมหากษัตริย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงความเป็นเผด็จการ อำนาจอธิปไตยเป็นคนส่วนน้อย การยึดถือการนำแนวทางนี้โดยกลุ่มที่คณะผู้นำไม่กี่คนส่วนผู้สมัครและสมาชิกซึ่งมีแนวทางชาติและประชาธิปไตยทั้งสิ้น
พรรคไทยชนะต้องทำลายแนวทางผิด และสถาปนาประชาธิปไตย สร้างการปกครองแบบประชาธิปไตย จึงยุติปัญหานี้ได้เหมือนดังประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย
ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้มีการออกเสียงประชามติด้วยว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ความจริงกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเพียงกฎหมายหลัก หรือเป็นกฎหมายแม่บทไม่ใช่กฎหมายสูงสุด เมื่อเป็นกฎหมายจะแก้ไขหรือไม่แก้ ไม่ต้องมีประชามติ แต่การออกเสียงประชามติครั้งนี้เป็นการลงประชามติทางการเมืองมากกว่า เพราะพรรคการเมืองดังกล่าวยึดถือแนวทางรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเผด็จการรูปหนึ่ง ความจริงแล้วต้องยึดถือประชาธิปไตยเพื่อวัดคะแนนว่าเห็นชอบในการแก้รัฐธรรมนูญ จำนวนเท่าไหร่เพื่ออธิบายในทางการเมืองต่อไป และเป็นการจัดกำลังที่จะเคลื่อนไหวยื่น คำขาด ปัญหารัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2 ว่าด้วยรูปของรัฐ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรว่าด้วยประมุขของรัฐประเทศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นการกำหนดมาจากความจริงแท้สอดคล้องกับทางเดินประวัติศาสตร์ และความต้องการของประชาชน จึงเป็นความจริงทางภาวะวิสัย จะใช้อัตตวิสัยไปแก้ไขไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้ในนามพรรคไทยชนะจึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
# พรรคไทยชนะ หมายเลข 17





No comments